
พื้นไม้เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบที่สำคัญที่ช่วยกำหนดบรรยากาศ ทุกพื้นที่ ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้นไม้สะท้อนถึงรสนิยม ความอบอุ่น และความสง่างามของเจ้าของบ้าน ทำให้บ้านจึงไม่ได้อยู่แค่ในภาพแต่ถูกสัมผัสและรู้สึกได้ในทุกก้าวเดิน โดยหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมก็คือ “พื้นไม้ปาร์เก้” ที่สร้างสุนทรียภาพด้วยลวดลายเรขาคณิตหรือแพทเทิร์นสุดประณีต ให้ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยจังหวะและความสง่างามแบบมีสไตล์
“พื้นไม้ปาร์เก้” คือ


พื้นไม้ปาร์เก้ คือ งานฝีมือไม้ที่รวมเอาความสวยงามและความคลาสสิกไว้ในชิ้นเดียว เป็นการนำไม้เนื้อแข็งมาตัดเป็น แผ่นไม้เล็ก ๆ แล้วจัดเรียงเป็นลวดลายเรขาคณิตหรือแพทเทิร์นต่าง ๆ ให้พื้นบ้านดู มีมิติและมีเสน่ห์ พื้นไม้ปาร์เก้ไม่เพียงแต่งเติมความสวยงาม แต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นและสะท้อนถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านทุกครั้งที่เดินเหยียบ
ไม้หลายประเภทสามารถนำมาทำปาร์เก้ได้ ขึ้นอยู่กับ สีสัน ลวดลาย และความแข็งแรงของเนื้อไม้ ไม้โอ๊ค ไม้สัก ไม้เมเปิล และไม้แดง ถือเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการปูพื้นปาร์เก้ เพราะทั้งทนทาน ดูแลง่าย และให้ลวดลายไม้ธรรมชาติที่โดดเด่น นอกจากนี้ยังมีไม้ชนิดอื่น ๆ เช่น ไม้เชอร์รี่ ไม้บีช ที่ให้โทนสีอบอุ่นและลวดลายละเอียด ทำให้พื้นไม้ปาร์เก้สามารถ ปรับเข้ากับบ้านทุกสไตล์ ทั้งคลาสสิก โมเดิร์น หรือคอนเทมโพรารี
พื้นไม้ปาร์เก้ มีกี่ชนิด
พื้นไม้ปาร์เก้สามารถแบ่งได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา แต่โดยทั่วจะแบ่งได้เป็น 3 ชนิดหลัก
1) ปาร์เก้ไม้จริง (Solid Parquet)
ทำจากไม้จริงทั้งชิ้น หนาแน่น แข็งแรง สามารถขัดผิวและทำสีใหม่ได้หลายครั้ง อายุการใช้งานยาวนาน เหมาะกับงานที่ต้องการความพรีเมียมและความคงทนระยะยาว
2) ปาร์เก้วิศวกรรม (Engineered Parquet)
โครงสร้างเป็นไม้จริงชั้นบน (Veneer) ประกบกับชั้นไม้หลายชั้นด้านล่าง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพ ลดการหด–ขยายตัว เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการควบคุมความชื้นได้ดีขึ้น และติดตั้งง่ายกว่าไม้ตันบางกรณี
3) ปาร์เก้สำเร็จรูปเคลือบผิว (Prefinished Parquet)
เป็นปาร์เก้ที่เคลือบผิวจากโรงงานมาแล้ว ไม่ต้องขัดและทำสีหน้างาน ช่วยลดระยะเวลาติดตั้งและควบคุมคุณภาพผิวหน้าได้สม่ำเสมอ
เหตุผลที่ทำให้พื้นไม้ปาร์เก้เป็นที่นิยม
นักออกแบบบ้านและสถาปนิกเลือกพื้นไม้ปาร์เก้เพราะมัน รวมความงาม ความคลาสสิก และความคุ้มค่า ไว้ในวัสดุเดียว เหตุผลหลักมีดังนี้
- ลวดลายสวยงาม: พื้นไม้ปาร์เก้สร้างสุนทรียภาพด้วย ลวดลายเรขาคณิตและแพทเทิร์นสุดประณีต ทุกแผ่นไม้ช่วยเติมเต็ม ความสง่างามและคลาสสิก ให้บ้านทุกมุม
- ปูพื้นได้หลากหลาย: ไม้ปาร์เก้สามารถจัดเรียงเป็น รูปแบบและดีไซน์ต่าง ๆ ตามสไตล์บ้าน ไม่ว่าจะเป็น แบบตรง แบบสลับ หรือแบบเฮอริงบอนด์ เพิ่มมิติและความสวยงามให้พื้นบ้าน
- ใช้งานได้ระยะยาว: ไม้ปาร์เก้ทนต่อการใช้งานหนักและสามารถคงความสวยงามได้หลายสิบปี ทำให้เป็นวัสดุที่นักออกแบบและเจ้าของบ้านไว้วางใจในระยะยาว
- สะดวกต่อการซ่อมแซม: หากเกิดความเสียหาย ไม้ปาร์เก้สามารถซ่อมแซมหรือปรับผิวได้ง่ายกว่า หากเป็นการซ่อมแซมลึก ๆ หรือเปลี่ยนแผ่น จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังโดยผู้เชี่ยวชาญ และอาจต้องมีการขัดผิวไม้และทำสีเคลือบใหม่ทั้งผืน เพื่อให้สีและระดับความเงาสม่ำเสมอ
- ทำความสะอาดง่าย: พื้นไม้ปาร์เก้ดูแลรักษาง่าย เพียงเช็ดฝุ่นและทำความสะอาดเป็นประจำก็ช่วยให้ ลวดลายไม้และสีไม้คงความงามอย่างยาวนาน
ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของบ้าน นักออกแบบ หรือผู้รับเหมา Champaca พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างสรรค์พื้นไม้ปาร์เก้ได้อย่างทรงพลัง ที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับทุกมุมของบ้านให้สะท้อนถึงรสนิยมและความคลาสสิกที่หนือกาลเวลา ด้วยมาตรฐานงานฝีมือที่สูงที่สุดในวงการวัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม เรามีบริการครบวงจรตั้งแต่การเลือกไม้จนถึงการติดตั้ง พร้อมการดูแลหลังการขายที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
พื้นไม้ปาร์เก้ vs พื้นไม้จริง แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน
พื้นไม้ปาร์เก้ คือการนำไม้จริงชิ้นเล็กมาตัดเป็นแผ่นหรือบล็อกขนาดมาตรฐาน แล้วเรียงต่อกันเป็นลวดลาย เช่น ก้างปลา หรือลายสลับฟันปลา จุดเด่นอยู่ที่ความยืดหยุ่นด้านดีไซน์ ให้มิติทางลวดลายที่ชัดเจน เหมาะกับงานตกแต่งภายในที่ต้องการรายละเอียดและความประณีต ข้อดีคือใช้ไม้ต่อชิ้นขนาดเล็ก จึงควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่าไม้แผ่นยาว และสามารถขัดทำสีใหม่ได้หลายครั้งหากเป็นไม้เต็มแผ่น (solid parquet) อย่างไรก็ตาม ความเสถียรขึ้นอยู่กับการติดตั้งและสภาพความชื้นของพื้นที่ หากช่างควบคุมความชื้นไม่ดี อาจเกิดอาการโก่งหรือร่อนในระยะยาวได้
พื้นไม้จริง เป็นไม้เต็มแผ่นที่ตัดจากท่อนไม้โดยตรง ให้ภาพลักษณ์ที่เรียบ หรู และต่อเนื่อง เห็นลายไม้ธรรมชาติชัดเจนแบบไร้รอยต่อย่อย โครงสร้างแข็งแรง สามารถขัดและรีโนเวตได้หลายรอบ อายุการใช้งานยาวนานมาก แต่ต้องการงบประมาณสูงกว่า และต้องควบคุมการติดตั้งอย่างมืออาชีพเพื่อรองรับการหด–ขยายตัวของไม้ตามสภาพอากาศ
แล้วแบบไหน “ดีที่สุด” ?
คำว่า “ดีที่สุด” ขึ้นอยู่กับบริบทมากกว่าตัววัสดุเอง
- หากต้องการความคลาสสิก ลวดลายโดดเด่น และงบประมาณสมดุล ไม้ปาร์เก้คือทางเลือกที่เหมาะสม
- หากต้องการภาพลักษณ์พรีเมียม เรียบสง่างาม และอายุการใช้งานระยะยาวระดับสูง ไม้จริงเต็มแผ่นจะตอบโจทย์กว่า
รู้ก่อนติดตั้ง…สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับพื้นไม้ปาร์เก้
แม้ว่าพื้นไม้ปาร์เก้จะเป็นวัสดุที่สวยงามและคงทน แต่การติดตั้งและดูแลไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้เกิดปัญหาได้ เช่น ไม้บวมน้ำหรือโก่งตัว การเลือกติดตั้งในพื้นที่ที่มี ความชื้นสูง หรือไม่จัดการระบบระบายอากาศอย่างเหมาะสม อาจทำให้พื้นไม้เสียรูปและสูญเสียความงามได้
เพื่อให้พื้นไม้ปาร์เก้คงความสง่างามและคลาสสิก ควรตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนติดตั้งให้เหมาะสม เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักมาจากการที่พื้นปูนมีความชื้นสะสมสูงก่อนการติดตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของงานก่อสร้างในไทย จึงต้องมีการวัดความชื้นของพื้นปูนและติดตั้งวัสดุป้องกันความชื้น (Moisture Barrier / Vapor Barrier) ที่มีคุณภาพก่อนปูไม้ปาร์เก้เสมอ รวมถึงควบคุมสภาพอากาศในบ้านเป็นประจำ เพื่อให้ทุกย่างก้าวบนพื้นไม้ปาร์เก้จึงยังคงให้ สัมผัสอบอุ่น สวยงาม และประณีต ตลอดหลายปี
ยืดอายุการใช้งานพื้นไม้ปาร์เก้ ด้วยวิธีดูแลที่ถูกต้อง
พื้นไม้ปาร์เก้ไม่เพียงแต่ให้ความสวยงามและความคลาสสิก แต่ยังต้องการการดูแลที่พิถีพิถัน เพื่อให้พื้นไม้คง ความสง่างามและทนทานอย่างยาวนาน เคล็ดลับการดูแลรักษาที่สามารถทำได้เอง มีดังนี้
- เพิ่มความทนทานด้วยการเคลือบผิว: การเคลือบพื้นไม้ด้วยน้ำมันไม้หรือลาเท็กซ์คุณภาพสูง จะช่วยป้องกัน รอยขีดข่วน ความชื้น และการซีดจางของสีไม้ ทำให้พื้นไม้ปาร์เก้คงความเงางามและสง่างาม เหมือนวันติดตั้ง หากเคลือบผิวด้วยน้ำมัน แนะนำให้เคลือบผิวทุก ๆ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่สภาพการใช้งานของหน้างาน ในกรณีที่อาจจะเกิดความเสียหายเล็กน้อย หรือไม้สมัยก่อน ไม้เก่าอยากปรับใหม่ แต่ถ้าเป็นกลุ่ม Coating อื่น ๆ อย่าง UV Lacquer ที่มีชั้นฟิล์มหนา วิธี Re-sanding หรือการขัดทำสีใหม่จะช่วยบำรุงพื้นไม้ปาร์เก้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ: การเช็ดฝุ่นและสิ่งสกปรกเป็นประจำด้วยวิธีถูแห้ง (Vacuum) จะช่วยรักษาพื้นไม้ให้ เรียบเนียนและงดงาม ลดโอกาสเกิดรอยขีดข่วน
- หลีกเลี่ยงความชื้นและน้ำ: ไม้ปาร์เก้ไวต่อความชื้นและน้ำ การระวังไม่ให้พื้นไม้โดนน้ำโดยตรงหรืออยู่ในพื้นที่เปียกชื้นมากเกินไป จะช่วยป้องกัน การบวม โก่ง หรือเสียรูป ทำให้พื้นไม้ปาร์เก้คงความสง่างามและคลาสสิก
แนะนำแบบพื้นไม้ปาร์เก้สวย ๆ จาก Champaca






FAQ
พื้นไม้ปาร์เก้ มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง?
ข้อดี – พื้นไม้ปาร์เก้ให้ความงามเชิงลวดลายที่มีเอกลักษณ์ สามารถจัดเรียงได้หลากหลายและสร้างมิติให้พื้นที่อย่างโดดเด่น เป็นไม้จริงจึงให้สัมผัสอบอุ่น ดูพรีเมียม และหากเป็นไม้ตันสามารถขัดทำสีใหม่ได้หลายครั้ง ช่วยยืดอายุการใช้งานในระยะยาว พร้อมทั้งควบคุมงบประมาณได้ยืดหยุ่นกว่าไม้กระดานแผ่นยาว
ข้อเสีย – ไม้ปาร์เก้ไวต่อความชื้นและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ หากติดตั้งหรือควบคุมความชื้นไม่เหมาะสมอาจเกิดการโก่ง บวม หรือร่อน นอกจากนี้ยังต้องพึ่งพาคุณภาพช่างค่อนข้างสูง และต้องดูแลรักษาอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องน้ำขังและรอยขีดข่วนจากการใช้งานประจำวัน
พื้นไม้ปาร์เก้ ราคาเริ่มต้นที่เท่าไหร่
ราคาพื้นไม้ปาร์เก้ขึ้นอยู่กับชนิดไม้ เกรด ความหนา ขนาดลาย รวมถึงค่าติดตั้งและสภาพพื้นเดิม โดยทั่วไปวัสดุมักเริ่มต้นระดับหลักพันบาทต่อตารางเมตรขึ้นไป แต่เมื่อรวมค่าแรงและการทำสีหน้างานแล้ว งบจริงอาจสูงกว่านั้น
พื้นไม้ปาร์เก้เป็นรอย ทำยังไงดี
ถ้าพื้นไม้ปาร์เก้เป็นรอยเล็ก ๆ ขีดข่วนตื้น ๆ แบบเกิดจากการลากเก้าอี้หรือรองเท้า ส่วนใหญ่แก้ได้ไม่ยาก ใช้น้ำยาฟื้นฟูพื้นไม้หรือแว็กซ์สำหรับพื้นไม้ทาเฉพาะจุด รอยจะจางลงมาก บางครั้งแค่ทำความสะอาดดี ๆ แล้วเคลือบเงาซ้ำก็แทบมองไม่เห็นแล้ว แต่ถ้า รอยลึกจนเห็นเนื้อไม้ หรือเป็นหลายจุดทั่วห้อง อันนี้ควรให้ช่างเข้ามาดู เพราะอาจต้องโป๊วสีไม้แล้วเคลือบใหม่ หรือถ้าพื้นเก่าแล้ว การขัดทำสีใหม่ทั้งห้องจะเนียนกว่า และทำให้พื้นดูใหม่ขึ้นทั้งผืนเลย
สามารถใช้พื้นไม้ปาร์เก้ในคอนโดหรือพื้นที่ขนาดเล็กได้ไหม?
สามารถทำได้ เพราะพื้นไม้ปาร์เก้เป็นวัสดุที่ปรับตัวได้ง่ายไม่ว่าพื้นที่จะเล็กหรือใหญ่ ลวดลายเรขาคณิตและแพทเทิร์นของไม้ปาร์เก้ช่วยสร้างความรู้สึกกว้างและมิติให้พื้นที่ ทำให้คอนโดหรือบ้านขนาดเล็กดูกว้างขึ้นและมีลูกเล่นเพิ่มขึ้นจากเดิม
พื้นไม้ปาร์เก้เหมาะกับพื้นที่เปียกไหม?
พื้นไม้ปาร์เก้ไม่ควรติดตั้งในพื้นที่ที่มีน้ำขังหรือพื้นที่เปียกจัด เช่น ห้องน้ำ หรือบริเวณที่เสี่ยงต่อการโดนน้ำสาดบ่อยครั้ง (เช่น ใกล้ซิงค์ล้างจานในห้องครัว) เนื่องจากน้ำและความชื้นที่ซึมเข้าตามรอยต่อของไม้ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการบวมและโก่งตัวได้ แม้จะเป็นไม้ที่ทนทานก็ตาม หากใช้ในห้องครัว ควรเลือกบริเวณที่ห่างไกลจากบริเวณที่สัมผัสน้ำ และต้องมีการติดตั้ง Moisture Barrier ที่มีคุณภาพสูงและเคลือบผิวที่ป้องกันน้ำได้ดี เพื่อให้พื้นไม้คงความสวยงามและยืดอายุการใช้งานได้อย่างยาวนาน
การติดตั้งพื้นไม้ปาร์เก้ใช้เวลานานแค่ไหน?
ระยะเวลาการติดตั้งพื้นไม้ปาร์ขึ้นอยู่กับพื้นที่และแพทเทิร์นที่เลือก พื้นที่มาตรฐานทั่วไปสามารถติดตั้งได้ภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่สำหรับงานที่ใช้ลวดลายซับซ้อนหรือแพทเทิร์นพิเศษ อาจใช้เวลานานขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ประณีตและสมบูรณ์แบบ

เติมเสน่ห์ให้บ้าน ด้วยพื้นไม้ปาร์เก้ จาก Champaca
โดยสรุปแล้ว พื้นถือเป็นตัวกำหนดบรรยากาศและอารมณ์ของทุกมุมบ้าน พื้นไม้ปาร์เก้คือความคลาสสิกที่เข้าถึงง่าย เติมเต็มความสง่างามด้วยลวดลายเรขาคณิตสุดประณีตและสัมผัสอบอุ่นทุกย่างก้าว ดังนั้น การเลือกพื้นไม้จึงขึ้นอยู่กับ ไลฟ์สไตล์ งบประมาณ และความตั้งใจในการดูแลรักษาของเจ้าของบ้าน
ที่ Champaca เราไม่ได้เพียงแนะนำชนิดของไม้ แต่ช่วยคุณเลือก โทนสี ลายไม้ และวิธีการใช้งาน อย่างพิถีพิถัน ทุกแผ่นไม้ถูกออกแบบและจัดวางให้ พื้น ผนัง ฝ้าไม้ ทุกมุมบ้านเล่าเรื่องราวเดียวกัน สะท้อนถึง รสนิยมและความประณีตของเจ้าของบ้าน ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา คัดสรรไม้ ผลิต ติดตั้ง ไปจนถึงดูแลหลังการขาย เพื่อให้คุณมั่นใจว่าพื้นไม้ปาร์เก้ทุกชิ้นจะคงความสวยงาม ความสวยงาม แข็งแรง และใช้งานได้อย่างยาวนานหลายสิบปี
ทุกย่างก้าวบนพื้นไม้ปาร์เก้ไม่ใช่แค่การเดิน แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น คลาสสิก และความภูมิฐานที่จะอยู่กับคุณตลอดกาล ออกแบบบ้านของคุณด้วยพื้นไม้ปาร์เก้จาก Champaca ได้ที่
- Website : https://www.champaca.com/
- LINE : @champacawood
- Facebook : Champacawood | Bangkok
- E-mail : sales@champaca.com
- Tel : 092-259-5333


